วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

การรู้จักเยื่อสำหรับ การตกปลาบ่อ

เราจะมาหัดปั้นเหยื่อกันดีกว่า เรามาเริ่มกันเลยครับ
 
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเหยื่อที่เราจะนำมาใช้งานที่บ่อมีอะไรกันบ้าง

                      1.   ขนมปัง  เป็นเหยื่อหลัก1ใน2อย่างที่นิยมกันทั่วไป   ขนมปังจะมี2แบบที่ขายกันอยู่ที่บ่อทั่วไป
                      1.1  ขนมปังปั่นละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆ  ใช้หุ้มตะกร้อ ตัวเบ็ด  สำหรับปลาหนังและปลาเกล็ดทั่วไป   ขนมปังแบบนี้ยังมีแบ่งย่อยลงไปอีกเป็นแบบปั่นทั้งขอบและขนมปังปั่นขาว(ตัดขอบออกก่อนปั่น)  ความชื้นของตัวขนมปังมีส่วนในการแตกตัวของเหยื่อ   ถ้ามีมากไปเหยื่อจะแตกตัวช้าทำให้ปลาเข้ามากินเหยื่อช้าตามไปด้วย
                      1.2  ขนมปังปั่นหยาบและขอบขนมปังตัด    กลุ่มนี้เป็นเหยื่อชิ้นใหญ่  มักจะใช้กับบ่อที่ให้เศษขนมปังเลี้ยงปลา
                      2.  รำเหยื่ออีกอย่างที่ใช้กันมานานทั้งบ่อทั้งธรรมชาติ   เตรียมเหยื่อได้ 2 แบบคืือนวดผสมน้ำกับแบบพรมน้ำไปปั้นไปแบบแห้งๆแค่รำเกาะตัวอยู่ได้   
                      3.   เหยื่อนวด  เป็นเหยื่อที่มีส่วนผสมหลักคือขนมปังนำมาผสมกับแยมโลว์,รำ,หรืออะไรก็ได้ตามแต่ความคิดสูตรเด็ดของใคร  นำทั้งหมดมานวดแบบนวดแป้งจนละเอียดเหนียวนิ่มใช้หุ้มตะกร้อและตัวเบ็ดเช่นกัน  ส่วนมากจะทำแล้วมัดปากถุงเก็บไว้ก่อนนำไปใช้หลายๆวัน
                      4.เหยื่อแป้งกวนหรือใช้นึ่งผสมหัวเชื้อ  ใช้แบบเดียวกับเหยื่อนวด

http://www.fishing4you.com

ลักษระที่หลาหลายของเยื่อ เหยื่อสปินเนอร์เบท

   เหยื่อสปินเนอร์เบทที่ใช้อยู่ในวงการตกปลามีอยู่หลายแบบ  หลายสไตน์ แล้วแต่การนำไปใช้ หรือผู้ผลิต  ผู้ออกแบบที่ประกอบ และคิดค้นต่างฯได้ตั้งชื่อกัน ส่วนใหญ่ก้อเรียกกันตามลักษณะของเหยื่อที่ใช้  เช่นตามจำนวนของใบ  ตามลักษณะของตัวพู่  กระโปรง  หัวจิ้ก  ตามประเภทของลวด ยาว  สั้น  แต่ในบ้านเราน่าจะเรียกเหยื่อเบทพวกนี้มีสัก  2  แบบ ได้แก่สปินเนอร์แกนเดี่ยว  และ สปินเนอร์ลวด ( wire-spinnerbaits)    




  http://www.fishing4you.com

เหยื่อสปินเนอร์เบท

          บอร์ดตกปลาต่างประเทศ  หลายฯบอร์ดส่วนใหญ่ก้อยังใช้เหยื่อ ประเภทนี้กันมากครับ  เรียกว่าเป็นต้นตำหรับของ เหยื่อจำพวก baitsเลยก้อว่าได้  ก้อไปดูคร่าวฯ  และรวบรวมมาให้ดูกัน  จริงแล้ว  เหยื่อตกปลา spinnerbaits นี้ นักตกปลาบ้านเราก้อใช้กันอยู่ไม่น้อย  และได้ผลดีมากกับปลาช่อน  และปลาชะโด ผมเป็นคนนึงครับที่ตกด้วยเหยื่อพวกนี้อยู่บ่อยฯ  แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้เหยื่อประเภทผิวน้ำเสียส่วนมาก  อาจจะเพราะด้วยชอบดูเวลาลากเหยื่อมาแล้วปลาไล่กัด   หรือฮุบเหยื่อ มัน ได้ความรู้สึกตื่นเต้น  และได้บรรยากาศมากกว่าการลากเหยื่อประเภทดำในระดับความลึกต่างฯ  และที่สำคัญหมายที่ผมไปตกอยู่เสมอฯมักจะเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ
หรือเขื่อน  และอ่างเก็บน้ำต่างฯ  ซึ่งบางครั้งเหยื่อspinnerbaits  ไม่สามารถใช้งานได้สะดวกนักในสภาพสาหร่ายหนาแน่น  ต้นไม้มาก ทึบ  หรือต้องตีเหยื่อออกไปไกล  ลมแรง    รวมถึงระดับความลึกของน้ำค่อนข้างมากเกินไปที่จะงมเวลาเหยื่อไปติดกับตาข่าย  หรือซากไม้ใต้น้ำ  
      แต่บางครั้งเวลาอากาศดีฯ  ตามแนวชายกอหญ้า  ชายเขาหรือบริเวณที่น้ำขึ้นมาท่วมต้นไม้ใหม่ฯเหยื่อจำพวกนี้ก้อใช้การได้ดีครับ  อาจจะลอยเรือตีขนานแนวสาหร่าย 
ปล่อยจมลงไปตามพื้นหญ้าใต้น้ำ  เจ้าspinnerbaits นี้สามารถลากข้าม  หรือผ่านสิ่งกีดขวางใต้น้ำสภาพนี้ได้ 
     



http://www.fishing4you.com

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับ การใช้เยื่อยาง

    อุปกรณ์ที่จำเป็น
1.ชุดอุปกรณ์ คันเบ็ดและรอก ได้ทั้งเบทและสปินนิ่ง แต่มักนิยมคันแอ็คชั่นค่อนข้างอ่อน ก้านคันเบ็ดแบบเล็กๆ จะได้เปรียบเรื่องแรงสะบัดในการส่งเหยื่อเข้าสู่เป้าหมาย สปินนิ่งอาจได้เปรียบในเรื่องของการตีเหยื่อเบา ๆ ได้ไกลกว่า การทอยเหยื่อ ก็ทำได้สะดวกกว่า แต่รอกเบทเล็ก ๆ คุณภาพดี ๆ ก็ทำได้ไม่เป็นรองเท่าใดนัก 

2.สายที่นิยมใช้ ปกติ นักตกปลาส่วนใหญ่ คงคิดถึงชนิดปลาเป็นหลักในการเลือกใช้สาย แต่จากการพูดคุย กับนักตกปลาญี่ปุ่น ที่เชี่ยวชาญหลายท่าน (อาจารย์สอนตกปลาแบส) ให้ความเห็นว่า สายควรใช้ขนาดเล็ก ๆ เข้าไว้ จะทำให้เหยื่อตีไกล และแม่นยำ 


ที่สำคัญที่สุดคือแอ็คชั่นที่ได้จากตัวเหยื่อขณะใช้งาน จะแสดงออกมาได้เต็มที่ เกี่ยวกับสาย PE หรือสายไดนีม่า ไม่นิยมใช้กันเท่าใดนักในเกมน้ำจืด เมื่อแรกผมก็นึกไปถึงราคาของสายชนิดนี้ที่วางขายในญี่ปุ่น มีราคาแพงกว่าสายธรรมดาอยู่ 3-5 เท่าขึ้นไป (ความยาวที่พบได้ส่วนใหญ่คือ 100 เมตร และ 150 เมตร) 



ผู้เขียนได้สอบถามดูจากนักตกปลา(ที่น่าจะเชี่ยวชาญการใช้เหยื่อยางหลายท่าน ..จริงๆ แล้วแค่ 3 ท่านครับ ) ได้รับคำตอบทำนองเดียวกันว่า สายไดนีม่านี้ เมื่อเปียกน้ำอาจมีน้ำหนักมากกว่าสายโมโนฟิลาเมนต์ (สายเอ็นธรรมดา) อยู่สักหน่อย รวมถึงเมื่ออยู่ใต้น้ำ การให้ตัวของเหยื่อยาง (เมื่อหวังปลาที่รอกัดเหยื่ออยู่บริเวณหน้าดิน) จะไม่เป็นอิสระเท่าที่ควร จะมีใช้กันมาก ๆ ก็เหยื่อติดหัวจิ๊ก ที่ตีเหยื่อแบบเหยื่อบิน (ลอยกลางน้ำ) มากกว่า 



รวมถึงการตกปลา ในเขตแก่งหิน ถึงจะใช้สายชนิดไดนีม่ากัน เพราะเรื่องของประสิทธิภาพด้านการทนต่อแรงเสียดสี ขูดกับแก่งหิน หรือตอไม้ใต้น้ำเป็นต้น ทั้งนี้ชุดลีดเดอร์ (ไม่ใช่ชุดของสาว ๆ เต้นนำเชียร์ นะครับ ... เอิ๊ก ๆ ๆ นอกสาระกันบ้าง) ยังคงใช้สายเอ็นขนาดเล็กอยู่ดี 




ปกติจะขึ้นกับขนาดปลา โดยมีใช้กันตั้งแต่ ขนาดราวๆ 2 ปอนด์ ถึง 10 ปอนด์ มากกว่านี้ไม่นิยมใช้ร่วมกับเหยื่อยางตัวเล็ก ๆ แต่หากท่านใดประสงค์ใช้งาน ก็ไม่ผิดแต่ประการใด เพราะคงต้องดูถึงสภาพแวดล้อมการใช้งาน และเทคนิคของนักตกปลาแต่ละท่าน.... 



3.ตัวเบ็ดที่ใช้ มีมากมายหลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิด และขนาดของตัวเหยื่อเป็นสำคัญ ถัดไปก็เรื่องของการใช้เหยื่อในแต่ละแบบ จะหน้าดิน เลาะตลิ่ง มุดตอ หรือแม้แต่ใช้แบบเหยื่อบินกลางน้ำ ก็ต้องเลือกตัวเบ็ดให้เหมาะกับการตกปลาแต่ละครั้ง 



อุปกรณ์ที่ต้องมีติดไว้แบบพอจำเป็นก็ดังในภาพที่สองครับ บางตัวก็มีหัวจิ๊ก บางตัวก็มีลวด หรือส่วนของการป้องกัน เบ็ดเกี่ยวกับวัชพืช หรือสิ่งแปลกปลอมใต้น้ำ
4.อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ขาดไม่ได้ก็ลูกหมุน ถัดไปก็คลิ๊ปเผื่อจะเอาไว้เปลี่ยนเหยื่อได้สะดวก ตะกั่ว ทรงกรวย ทรงกลม หรือแม้แต่ทรงตุ้ม อย่างลูกสีเขียว (ดังในภาพ) ก็นำมาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน ที่สำคัญ ขนาดเล็ก ๆ ครับ

ให้ดูเหยื่อยางที่ใช้เป็นหลักครับ พวกจิ๊กหัวขน (แฮ่ะ ๆ อันนี้เรียกเอง) ก็นิยมใช้ร่วมกับ เหยื่อยางเช่นเดียวกัน เรียกว่าประกอบกันแล้ว ตัวเหยื่อดูหล่อขึ้นมาก และบางครั้งปลากัดมากกว่าการใช้เหยื่อยางอย่างเดียวครับ

สปินเนอร์เบท ก็นิยม เกี่ยวหนอนตัวเล็ก ๆ ไว้ที่ตัวเบ็ดด้วยเช่นเดียวกัน (ปกติ สปินเนอร์เบท ที่มีพู่อยู่ดังในภาพ ก็สามารถใช้ตกปลาได้โดยไม่ต้องมีเหยื่อยางนะครับ)

เรื่องของเทคนิคการประกอบเหยื่อ ถึงขึ้นการใช้งาน และ แอ็คชั่นของตัวเหยื่อที่เราหวังผล ผมของนำเสนอในกระทู้ถัด ๆ ไป


5.สเปรย์ดับกลิ่น เพิ่มกลิ่น และน้ำยาชุบกลิ่นให้เหยื่อยาง เป็นสิ่งสุดท้าย ที่ไม่จำเป็นต้องมีเท่าใดนัก แต่หากนักตกปลาท่านใด หวังผล และคาดหวังการได้ยลโฉมตัวปลามากกว่าปกติ หรือไม่อยากพลด อาหารจานเด็ดล่ะก้อ ของสิ่งนี้ ช่วยให้เพิ่มความน่าจะเป็นในการตกปลาได้มากขึ้นครับ เรื่องกลิ่นของเหยื่อยางนี้ ผู้เขียนได้อธิบายไว้คร่าว ๆ ในอีกบทความหนึ่ง คือ ตอน เรื่องของกลิ่นกรุ่น ๆ

สุดท้ายฝากไว้ ก่อนจบบทความนี้ คงต้องบอกก่อนว่า ผมเองไม่ได้โอ้อวด หรือมีความเก่งกาจในการตกปลามากกว่าทุกท่านแต่อย่างใด เพียงแต่ทุกครั้งของการออกทริปตกปลาของผม หากผมไม่ประสงค์จะได้ปลาที่ตกเพื่อเป็นอาหาร หรือหวังผลกับตัวปลา มากนัก ผมจะใช้เบ็ดแบบไม่มีเงี่ยง (ส่วนมาก ใช้คีมบีบเอา มีวิธีที่ดีกว่าคือนั่งใช้ตะไบ เล็ก ๆ ขัดออกครับ)

สาเหตุ เพราะการตกปลาด้วยเหยื่อยางกว่า 50 เปอร์เซนต์ของปลาที่ตกได้ จะกัดเหยื่อแบบกลืนลงคอ ดังภาพสุดท้ายครับ


ถ้ามีเงี่ยงอยู่เจ้าตัวนี้คงจะแย่เอาการ ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแต่ละท่านครับ ไม่มีใครผิดใครถูกในเกมกีฬาชนิดนี้ไปทั้งหมด ผมขอจบบทความนี้แต่เพียงเท่านี้

ท่านใดมี เนื้อหาเพิ่มเติม หรือต้องการเสริมในส่วนใด ของบทความแนะนำเรื่องเหยื่อยางในตอนนี้ เชิญโพสต์เสริมไว้ หรือจะเขียนบทความให้กับเพื่อน ๆ ท่านอื่นได้อ่านกัน ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง 





http://www.fishing4you.com

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับ การใช้เยื่อยาง


1.ชุดอุปกรณ์ คันเบ็ดและรอก ได้ทั้งเบทและสปินนิ่ง แต่มักนิยมคันแอ็คชั่นค่อนข้างอ่อน ก้านคันเบ็ดแบบเล็กๆ จะได้เปรียบเรื่องแรงสะบัดในการส่งเหยื่อเข้าสู่เป้าหมาย สปินนิ่งอาจได้เปรียบในเรื่องของการตีเหยื่อเบา ๆ ได้ไกลกว่า การทอยเหยื่อ ก็ทำได้สะดวกกว่า แต่รอกเบทเล็ก ๆ คุณภาพดี ๆ ก็ทำได้ไม่เป็นรองเท่าใดนัก 

2.สายที่นิยมใช้ ปกติ นักตกปลาส่วนใหญ่ คงคิดถึงชนิดปลาเป็นหลักในการเลือกใช้สาย แต่จากการพูดคุย กับนักตกปลาญี่ปุ่น ที่เชี่ยวชาญหลายท่าน (อาจารย์สอนตกปลาแบส) ให้ความเห็นว่า สายควรใช้ขนาดเล็ก ๆ เข้าไว้ จะทำให้เหยื่อตีไกล และแม่นยำ 

ที่สำคัญที่สุดคือแอ็คชั่นที่ได้จากตัวเหยื่อขณะใช้งาน จะแสดงออกมาได้เต็มที่ เกี่ยวกับสาย PE หรือสายไดนีม่า ไม่นิยมใช้กันเท่าใดนักในเกมน้ำจืด เมื่อแรกผมก็นึกไปถึงราคาของสายชนิดนี้ที่วางขายในญี่ปุ่น มีราคาแพงกว่าสายธรรมดาอยู่ 3-5 เท่าขึ้นไป (ความยาวที่พบได้ส่วนใหญ่คือ 100 เมตร และ 150 เมตร) 

ผู้เขียนได้สอบถามดูจากนักตกปลา(ที่น่าจะเชี่ยวชาญการใช้เหยื่อยางหลายท่าน ..จริงๆ แล้วแค่ 3 ท่านครับ ) ได้รับคำตอบทำนองเดียวกันว่า สายไดนีม่านี้ เมื่อเปียกน้ำอาจมีน้ำหนักมากกว่าสายโมโนฟิลาเมนต์ (สายเอ็นธรรมดา) อยู่สักหน่อย รวมถึงเมื่ออยู่ใต้น้ำ การให้ตัวของเหยื่อยาง (เมื่อหวังปลาที่รอกัดเหยื่ออยู่บริเวณหน้าดิน) จะไม่เป็นอิสระเท่าที่ควร จะมีใช้กันมาก ๆ ก็เหยื่อติดหัวจิ๊ก ที่ตีเหยื่อแบบเหยื่อบิน (ลอยกลางน้ำ) มากกว่า 

รวมถึงการตกปลา ในเขตแก่งหิน ถึงจะใช้สายชนิดไดนีม่ากัน เพราะเรื่องของประสิทธิภาพด้านการทนต่อแรงเสียดสี ขูดกับแก่งหิน หรือตอไม้ใต้น้ำเป็นต้น ทั้งนี้ชุดลีดเดอร์ (ไม่ใช่ชุดของสาว ๆ เต้นนำเชียร์ นะครับ ... เอิ๊ก ๆ ๆ นอกสาระกันบ้าง) ยังคงใช้สายเอ็นขนาดเล็กอยู่ดี 


ปกติจะขึ้นกับขนาดปลา โดยมีใช้กันตั้งแต่ ขนาดราวๆ 2 ปอนด์ ถึง 10 ปอนด์ มากกว่านี้ไม่นิยมใช้ร่วมกับเหยื่อยางตัวเล็ก ๆ แต่หากท่านใดประสงค์ใช้งาน ก็ไม่ผิดแต่ประการใด เพราะคงต้องดูถึงสภาพแวดล้อมการใช้งาน และเทคนิคของนักตกปลาแต่ละท่าน.... 

3.ตัวเบ็ดที่ใช้ มีมากมายหลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิด และขนาดของตัวเหยื่อเป็นสำคัญ ถัดไปก็เรื่องของการใช้เหยื่อในแต่ละแบบ จะหน้าดิน เลาะตลิ่ง มุดตอ หรือแม้แต่ใช้แบบเหยื่อบินกลางน้ำ ก็ต้องเลือกตัวเบ็ดให้เหมาะกับการตกปลาแต่ละครั้ง 

อุปกรณ์ที่ต้องมีติดไว้แบบพอจำเป็นก็ดังในภาพที่สองครับ บางตัวก็มีหัวจิ๊ก บางตัวก็มีลวด หรือส่วนของการป้องกัน เบ็ดเกี่ยวกับวัชพืช หรือสิ่งแปลกปลอมใต้น้ำ (ไม่ใช่ปลา ผมยกให้เป็นสิ่งแปลกปลอมหมดเลย...ฮ่ะ ห้า 5 ) 
            

เทคนิคการใช้เยื่อยาง




      บทความตอนนี้ ขอเกริ่นนำและอธิบายให้ครอบคลุมอย่างคร่าว ๆ เกี่ยวกับ เหยื่อประเภท Jelly Bait บางท่านเรียก Worms หรือบางท่านเรียกเป็นคำไทย ว่าหนอนยาง หรือ อีกหลายชื่อที่นักตกปลาใช้เรียกเหยื่อปลอม ชนิดนี้ โดยส่วนตัว ผมเห็นว่ามีประโยชน์ กับนักตกปลาที่สนใจเกมฟิช ชนิดปลาล่าเหยื่อบ้างพอสมควร ผมขอนำบทความนี้ ด้วยคำว่า เหยื่อยาง เพราะดูแล้วน่าจะเป็นคำไทยที่ครอบคลุมทุกประเภท และทุกแบบของเหยื่อตกปลาชนิดนี้

เหยื่อยางที่นิยมใช้กันมาก และมีชื่อเสียงในบ้านเรามานาน คงจะหนีไม่พ้น จิ้งจกยาง ที่หลายท่านนิยมใช้ตกปลาช่อน ตามคูคลองบริเวณข้างทาง หรือ บ่อน้ำที่มีวัชพืช ปกคลุมอยู่บ้าง ผมเองเคยได้ปลาช่อนจากจิ้งจกยางนี้หลายตัว เรียกได้ว่าเป็นเหยื่อสุดประทับใจก็ว่าได้ ในบทความผมอาจกล่าวถึงปลาล่าเหยื่อต่างประเทศ ขอให้เข้าใจร่วมกันก่อนนะครับ ว่าเรากำลังร่วมกัน ศึกษาและพัฒนารูปแบบการใช้เหยื่อยาง ในบ้านเรา ซึ่งผมเองคิดว่า สัญชาติญานของปลาล่าเหยื่อนั้น ไม่ต่างกันเท่าใดนัก

บทความที่ผมเรียบเรียงไว้ในบทนี้ ขออนุญาต ข้ามเรื่องจิ้งจกยาง รวมถึงเหยื่อชนิดปลายาง ไปก่อนครับ โดยบทความตอนนี้ผมจะขอเล่าถึง ประสบการณ์ส่วนตัว รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ที่เคยได้รับการบอกเล่า และเรียนรู้จากนักตกปลาท่านอื่น มานำเสนอให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ ท่านใดมีความรู้เรื่องเหยื่อยาง อยากเสริม หรือเห็นว่าไม่ถูกต้องในส่วนใด หากเป็นความกรุณา ขอได้โปรดแจ้งไว้ที่กระดานนะครับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ ของนักตกปลาท่านอื่น ๆ ที่สนใจเรื่องการใช้เหยื่อยางครับ

การตกปลาด้วยเหยื่อยาง รวมไว้ซึ่งศาสตร์ และ ศิลป์ เริ่มจากผู้ผลิต ที่คิดค้นเนื้อวัสดุ และรูปแบบของตัวเหยื่อเลียนแบบ ให้เหมือนสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ บ้างก็แปลกแหวกแนว มองอย่างไร ก็ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตที่เราเคย พบเห็นกัน

จากในภาพแรก ผมหยิบเหยื่อบางรุ่นที่ใช้อยู่ จากกล่องเหยื่อของผม มาถ่ายภาพให้ชมกัน จะเห็นได้ว่า ลักษณะเหยื่อยาง มีหลายรูปแบบ หลายขนาด รวมถึงสีสันของตัวเหยื่อ เรียกว่ามีเป็นร้อยแบบก็คงได้
     
       

http://www.fishing4you.com

เทคนิคการตีเหยื่อปลอม(ที่ไม่ปลอม)

    รูปแบบแรกตีไปเรื่อยฯ  บ่อยฯ  ในกรณีที่เราไปเจอหมายที่กว้างขวาง ไม่มีอุปสรรคมากมายนัก  อาจจะมีสาหร่ายขึ้นบ้างประปราย  หรือจอก  และแหน เริ่มตีเหยื่อ ออกไปข้างหน้า โดยการส่งเหยื่อออกไปให้ไกลที่สุดที่เท่าจะทำได้ ควรจะเริ่มจากซ้ายมาขวา  เป็นลักษณะครึ่งวงกลม  หรือรูปพัด    เมื่อเหยื่อตกกระทบผิ น้ำแล้วรอให้เหยื่อหยุดนิ่งสักสี่ ห้า วินาที แล้วค่อยลากกลับเข้ามาช้าฯ  ระหว่างนั้นดูธรรมชาติของการเคลื่อนไหวของเหยื่อที่ใช้ ว่ามันสวยงาม มีเสียงสดใส ขนาดใหน   นี่แหละคับ ลีลาของการตกด้วยเหยื่อปลอม ที่นักตกปลาส่วนใหญ่ ติดใจ  ส่วนใหญ่ถ้ามีปลาอยู่บริเวณนั้น มันก้อจะไล่กัดเหยื่อโดยธรรม  ชาติเลยครับ  อาจจะฮุบผิด บ้าง  ไล่กัดแต่ไม่ถูกบ้าง  เราไม่ต้องตกใจครับ  ถ้าผิด อย่างน้อยก้อมีตัวแน่  เมื่อเก็บเหยื่อเข้ามาแล้วเราก้อ  ตีเหยื่อนั้นกลับไป ในแนวที่ปลาไล่กัดเหยื่อ  แต่ให้เลยไปกว่าเดิม มากฯหน่อย  แล้วลากกลับมาเหมือนเดิม   คราวนี้ปลาตัวนั้น  อาจจะวนเวียนรอ ซ้ำกับความผิดพลาดของมัน  เมื่อลากมาแล้วปลากัด ข้อสำคัญ อย่าตกใจครับ   มักจะเกิดกับนักตกปลาใหม่ฯ  ถ้าปลาโดด แสดงว่าโดนเบ็ดมันกำลังจะสะบัดให้หลุด โดยธรรมชาติของปลา แค่เก็บสายให้ตึง แล้วลากกลับมาตาม ของการอัดปลา  แต่ถ้าตูม  แล้วเงียบ รอสักนิดนึง ก้มคันให้สายหย่อน  ปลาอาจจะกัด หรืออม   พอสายเริ่มถูกลาก ก้อวัดเบาฯครับ  ที่เหลือก้อตัวใครตัวมัน แต่โดยส่วนใหญ่ ปลากัดแล้วเงียบ มันอาจจะอมอยู่ ถ้าเป็นเหยื่อปลอม มันรู้แล้วครับ  ว่ากัดกับอะไรก้อไม่รู้  แข็งฯ แต่อาจจะไม่ถูกตัวเบ็ด เช่น กัดสวนกับ เหยื่อทางด้านหน้า  หรือทางด้านข้าง  เป็นผมก้อรอนิดนึงแล้ววัดเหมือนกัน  
  

http://www.fishing4you.com